ในขณะที่ผมกำลังมั่วข้อสอบ Finance อยู่

เกิดเหตุผิดปกติขึ้น ผมคิดว่า(ย้ำว่า “ผมคิดว่า”) เหมือนคำตอบมันจะไม่ใช่อย่างนี้ ผมจึงควานหาน้ำยาลบคำผิด(บางคนเขาเรียกกันว่า ลิควิด เปเปอร์)ในกระเป๋าอย่างรวดเร็วเพื่อรีบแก้ไขคำตอบก่อนที่เวลาจะหมด

ผมป้ายน้ำยาลบคำผิดทับข้อความที่ผมคิดว่าผิด

ในระหว่างนั่งรอน้ำยาลบคำผิดแห้ง ผมพบอะไรบางอย่าง แต่คงไม่ใช่ความสุขจากการดมกลิ่นของมัน

ช่วง นั้นผมคิดหาวิธีการใหม่ๆ ที่ได้คำตอบไม่ซ้ำกันนอกจากวิธีที่ผมกำลังจะแก้ ไม่เว้นแม้แต่การคิดนอกเรื่องว่าสอบเสร็จแล้วจะไปกินอะไรดี

ซึ่งทั้งหมดทำให้สับสนมากกว่าเดิม

เมื่อก่อนผมชอบใช้ดินสอมากกว่าปากกา เพราะเวลาลบง่าย และสามารถแก้ได้ทันทีโดยไม่ต้องให้สมองประมวลผลซ้ำซ้อน

ผม เพิ่งตระหนักได้ในเวลานี้ว่า ถ้าลบได้ทันที และแก้ได้ทันที ก็จะไม่มีโอกาสในการทบทวนว่าสิ่งใหม่ที่กำลังจะเขียนลงไปนั้นเป็นสิ่งที่จะ ไม่แก้มันอีกแล้ว เพราะถ้ามันลบง่าย ก็เขียนใหม่ได้ทันที ผิดก็ลบอีก ซ้ำไปซ้ำมา

แต่ในเวลาที่ผมใช้ปากกาเขียน เวลาแก้ไขผมต้องใช้น้ำยาลบคำผิดที่ต้องรอให้แห้งถึงจะเขียนทับได้

ทำให้มีเวลาคิดเพิ่มขึ้นแม้เพียงเสี้ยววินาทีว่า ถ้าเขียนลงไปแล้วจะกลับมาแก้มันอีกไหม

มากไปกว่านั้น ถ้าผิดพลาด ต้องแก้อีกรอบ

น้ำยาลบคำผิดที่ป้ายลงทับที่ๆมันเคยถูกป้ายไปแล้ว

มันจะยิ่งแห้งช้า

เหมือนมันกำลังให้เวลาคิดเพิ่มเพื่อตอกย้ำว่า “คิดดีๆก่อนได้ไหม”

และยิ่งป้ายทับไปเรื่อยๆ มันก็จะยิ่งแห้งช้าลงเรื่อยๆ

ระหว่างรอไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะถ้าเขียนทับไปทันที มันก็จะเลอะ

นับว่าเป็นโอกาสดีที่จะทบทวนสิ่งที่เขียนลงไปและสิ่งที่กำลังจะเขียนลงไปใหม่

มันดีไหม? ถูกไหม? ใช่ไหม? มีทางเลือกอื่นอีกไหม? และอีกสารพัดคำถามที่จะโหมกระหน่ำในช่วงเสี้ยววินาทีนั้น

เหมือนเป็นสัจธรรมอะไรสักอย่าง

ส่วนใครจะคิดได้อย่างไรนั้นคงต้องไปตีความหมายกันเอาเอง

ตัวผมเองนั้นคิดว่า น้ำยาลบคำผิดเป็นเหมือนสิ่งแสดงโอกาส ในความผิดครั้งแรก โอกาสแก้ตัวจะวิ่งเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว

แต่ ถ้ายังผิดอยู่แบบเดิมซ้ำๆ โอกาสที่จะแก้ตัวใหม่จะมาช้าลงเรื่อยๆ ซึ่งทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับเวลาที่มีอยู่อย่างจำกัด ถ้ายังผิดซ้ำๆอยู่ที่เดิม เวลาก็คงหมดไป โอกาสที่จะพบสิ่งใหม่ก็คงจะหมดไปพร้อมกับเวลาที่เคยมี โดยที่ความผิดเดิมก็ยังไม่ได้แก้ไขเพราะโอกาสที่จะมาครั้งใหม่มาไม่ทัน

สับสนสักหน่อย ของมันอธิบายยาก

บอกแล้ว.. ต้องไปตีความหมายกันเอาเอง

หรือบางทีผมอาจฟุ้งซ่านไปเอง... ก็ไม่ทราบได้ ทั้งนี้มันขึ้นอยู่กับการให้ความหมายและการตีความของแต่ละคนไป

กลับมาที่ห้องสอบ ณ ขณะที่ผมกำลังรออยู่

เมื่อผมได้โอกาสทบทวนคำตอบใหม่ และวิธีคิดแบบอื่นที่ยังได้คำตอบอีกหลายแบบ ในเสี้ยววินาทีนั้น

จริงอยู่ที่การรอน้ำยาลบคำผิดแห้งอาจมีส่วนช่วยให้ผมทบทวนคำตอบใหม่ หรือคร่ำครวญหาวิธีใหม่ๆ

แต่ในตอนนั้นผมไม่รู้ว่าวิธีไหนมันถึงจะถูกนิ

......

 

 

 

ความคิดฟุ้งซ่านขณะสอบ Finance และระหว่างรอน้ำยาลบคำผิดแห้ง

17 ต.ค. 2553

ป ล เขียนไว้ซักพักละ เพิ่งได้โอกาสเอามาลง

Comment

Comment:

Tweet

คิดแบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะคะ big smile
(เรื่องง่ายๆที่เราไม่เคยคิดเองได้)

เราชอบเลขห้า จะแจกดาวให้ห้าดวง!
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#1 By PUI+ on 2010-10-21 12:03