เริ่มต้นเขียนไป

posted on 09 May 2010 01:59 by crazyfinal

อยากเขียน แต่ไม่รู้จะเขียนอะไรยังไง

ขอเริ่มต้นง่ายๆด้วยชีวิตประจำวัน

เขียนไปแนะนำตัวไปด้วยเลยก็แล้วกัน

ผมชื่อนนท์ ขณะนี้เป็นนักดนตรีไส้แห้ง

เกิดที่เชียงราย บ้านอยู่ลำปาง จบมหาลัยที่เชียงใหม่

และตอนนี้สิงสถิตอยู่เชียงใหม่เจ้า

เริ่มเลยแล้วกัน

ธรรมดาพวกชาวนักดนตรีผับอย่างเราๆเวลาจะสมัครงานที่ไหนต้องผ่านการ Audition ก่อน

ซึ่งก็คล้ายๆกับการสัมภาษณ์งานนั่นแหล่ะ แต่มักจะไม่ค่อยได้พูดกับนายจ้าง

แต่จะได้พูดกับลูกค้าแทน (ลำบากเหมือนกันนะเนี่ยตรู)

อันนี้ในกรณีที่ต้องไปออดิชั่นเวลาจริง บางทีออดิชั่นตอนบ่ายก็จะได้เล่นให้เก้าอี้ฟัง รู้สึกดีไปอีกแบบ ไม่มีคนวิจารณ์

แต่มีฝีมือหรือไม่มีฝีมือวัดกันตรงนี้

แต่ถ้าเจ้าของร้าน หรือคนคัดนักดนตรี ฟังดนตรีไม่เป็นก็ต้องพึ่งดวงกันแล้วครับ

ส่วนใหญ่ก็จะมีโอกาสมากกว่าถูกหวยงวดเดียวกัน10ใบ

ซึ่งจุดที่อยากนำเสนอมันอยู่ตรงนี้

เรื่องมันเกิดสมัยเรียนปี 2 (พูดเหมือนนานมา เพิ่งผ่านมาแค่ 2 ปีเองนิ)

ได้เล่นผับ มีงานดนตรีเล่นประจำเป็นครั้งแรก

กับเด็กๆอายุประมาณนั้นก็ดีใจสิ ก็คิดแบบเด็กๆไปว่าออดิชั่นได้แล้ว ยังไงร้านก็ไม่ไล่ออกง่ายๆหรอก

ผ่านไป 1 สัปดาห์ เจ้าของร้านโทรมาบอกว่าไม่ต้องไปเล่นแล้วนะ (ซึ่งบางร้านไม่บอกแต่เอาวงมาเล่นแทนเลย และจะทำให้เจ็บปวดหัวใจหนักเอาการ เพราะเรามักขนเครื่องดนตรีไป แล้วได้ไปยืนมองชาวบ้านมาเล่นแทน)

เจ็บ!!

ไหนๆก็โดนเข้าแล้ว ก็เลยนั่งดูมันซะเลย ว่าขนาดไหนกันฟระ ถึงขั้นปลดกันกลางอากาศ

เรื่องดนตรีนี่อธิบายด้วยตัวหนังสือยากนะ เอาเป็นว่าเค้าทำให้ซาบซึ้งเข้าไปถึงทรวงใน

เล่นดีกว่ามาก!! (ณ ขณะนั้น)

รู้แจ้งเลยว่า “วงการนี้ไม่มีฝีมือ อยู่ไม่ได้”เป็นเรื่องจริง

ถึงขั้นทำให้คิดถึงคำกล่าวของใครบางคน รู้สึกจะอ่านหนังสือเจอ

เขาบอกไว้ว่า “นักวิ่ง 100 เมตร ต้องซ้อมกันเป็นปีๆ เพื่อลงแข่งขันในเวลาไม่ถึง 10 วินาที”

ไม่ต่างกันเอาซะเลย

วงดนตรีก็ต้องซ้อมกันเป็นเดือนๆ เพื่อออดิชั่นเล่นผับแค่วันละชั่วโมงเดียว

ไม่ต่างกัน

หลังจากนั้นก็ยังต้องซ้อมเสมอๆ

เพื่อเล่นแค่วันละชั่วโมงเดียวนั่นล่ะ

ถ้าซ้อมแค่ออดิชั่นให้ผ่าน แล้วก็ไม่มีอะไรเพิ่มเติม

ก็มีโอกาสที่ฝีมือจะหยุดอยู่กับที่

ถ้าไม่มีอะไรแปลกใหม่ ไม่มีอะไรดีขึ้น

แบบนี้โอกาสจะเสียงานที่มีก็จะสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจะคล้ายกับกราฟทางเศรษฐศาสตร์ที่ตัวแปรผกผัน

ไม่นานคงไม่แคล้วโดนวงที่มีฝีมือมากกว่าคาบงานไป

และตัวเองต้องตกงานเป็นแน่แท้

ซึ่งในความเป็นจริงที่ปรากฏทำให้ทราบว่ายังต้องพัฒนาตนเองเสมอ

นักกีฬายังต้องซ้อมทุกวัน

นักเรียน(บางคน)ก็ยังอ่านหนังสือทุกวัน

นับประสาอะไร กับนักดนตรีอย่างเราๆ

ก็คงต้องซ้อมบ่อยๆ เพื่อพัฒนาตนเอง

ไม่งั้นคนอื่นคงวิ่งตามทัน

ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะวิ่งรั้งท้ายในวงการนักดนตรี

ยกเว้นแต่จะเล่นเพื่อโชว์สาวนั่นแหล่ะ แบบนั้นเอาแค่เล่นเป็นก็พอแล้ว

 

ป.ล. อาจเขียนไม่เคลียร์เพราะเพิ่งเริ่มหัดเขียน blog นะครับ มีอะไรติชมกันได้นะ

Comment

Comment:

Tweet

โอ๊ย!! คนนั่นอ่ะ น่าร๊ากกกกก!! สาส !@#$%

#1 By Nate (122.155.5.87) on 2010-05-14 19:30